Ophthalmology : ศูนย์รักษาโรคตา
 
โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน ให้บริการตรวจรักษาเกี่ยงกับโรคตา ทั้งในด้านอายุรกรรม และศัลยกรรม
     จอตาประกอบไปด้วย เซลล์รับรู้การมองเห็น ส่งกระแสไปยังเส้นใยประสาทตา (nerve fibre layer) รวมกันเป็นเส้นประสาทตา (optic nerve) ตัวจอตาจะเป็นแผ่นบางๆ บุอยู่ภายในลูกตาที่เป็นตาขาวทั้งหมด ส่วนด้านหน้า ซึ่งเป็นตาดำหรือกระจกตาจะมีลักษณะใส เพื่อให้แสงผ่านเข้ารูม่านตาและไปกระทบกับจอตา ทำให้เรารับรู้การมองเห็นได้
 
ด้านอายุรกรรม
   •    โรคของหนังตาเช่น ภาวะหนังตาม้วนเข้า – ม้วนออก ภาวะขนตาขึ้นผิดที่เป็นต้น
   •    โรคท่อน้ำตาอุดตัน สุนัขมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด หากแต่มีน้ำตาไหลมากกว่าปกติ
   •    โรคของกระจกตาเช่น กระจกตาอักเสบ แผลหลุมที่กระจกตา โรคตาแห้ง หรือต้อกระจก เป็นต้น
   •    โรคการอักเสบของต่อมหนังตาที่สาม (Third eyelid gland) 
   •    โรคต้อหิน (ภาวะที่มีวามดันตาสูง)
   •    โรคเกี่ยวกับจอประสาทตาเช่น จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน จอประสาทตาลอกหลุดเป็นต้น
 
ด้านศัลยกรรม
   •    การผ่าตัดแก้ไข ความผิดปกติของหนังตา
   •    การผ่าตัดแก้ไขลูกตาทะลัก และการผ่าตัดเอาลูกตาออก
   •    อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ในการตรวจ วินิจฉัยโดยทั่วไปก็มีครบ เช่น
        o    แผ่นวัดระดับน้ำตา
        o    แผ่นย้อมสีตา
        o    Schiotz-tonometerเครื่องวัดความดันตาแบบอนาล็อก
 
การตรวจจอตาอาศัยการส่องดูจากช่องของรูม่านตา ซึ่งเราสามารถขยายรูม่านตา เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น โดยการหยอดยาขยายม่านตา ยาขยายม่านตา ยาขยายม่านตาที่นิยมใช้ ได้แก่ ยาหยอด 1% โทรปิคามายด์, 2.5% ฟีนิลอีฟริน หรือ 1% ไซโคลเพนโทเลท ยาจะมีฤทธิ์ระยะสั้นประมาณ 3-4 ซม. เท่านั้น ข้อเสียของการขยายม่านตาคือ ทำให้เกิดตาพร่ามัว ตาสู้แสงไม่ได้ อ่านหนังสือหรือทำงานไม่ได้ และเพ่งสายตาระยะใกล้ไม่ได้ อีกทั้งผู้ที่มีช่องหน้าของตาแคบ การหยอดยาขยายม่านตา อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะต้อหินเฉียบพลันได้ และในผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง การใช้ยาฟีนิลอีฟริน อาจทำให้เกิดความดันสูงจนเป็นอันตรายได้  เมื่อม่านตาขยายแล้ว เราไม่สามารถใช้ไฟส่องมองไปโดยตรงได้ เนื่องจากตาดำและแก้วตาจะทำหน้าที่กระจาย และหักเหแสงออกไป จักษุแพทย์จึงต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ช่วยในการมอง ได้แก่
 
1. การตรวจสายตาด้วยเครื่องออพธัลโมสโคปอย่างตรง (direct ophthalmoscope)
2. การตรวจสายตาด้วยเครื่องออพธัลโมสโคปอย่างอ้อม (binocular indirect ophthalmoscope)
3. การใช้กล้องจักษุจุลทรรศน์ตรวจตา ชนิดลำแสงแคบ (slit lamp) ร่วมกับเลนส์ที่วางไว้หน้าดวงตาของผู้ป่วย (คล้าย indirect ophthalmoscope) 

4. การตรวจจอประสาทตา โดยการฉีดสี fluorescein หรือที่เรียกกันว่า fundus fluorescin angiography (FFA)
5. เครื่องตรวจวิเคราะห์ภาพตัดขวางขั้วประสาทตาด้วยเลเซอร์ (Optical coherence tomography; OCT)
6. การตรวจดูการทำงานของจอตาด้วยคลื่นไฟฟ้า (electrophysiologic test)
ซึ่งแตกต่างจากวิธีการ 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น
ที่เป็นการตรวจจอตาจากภายนอก เพื่อดูแค่รูปร่าง ขนาด และความผิดปกติ แต่วิธีการตรวจการทำงานของจอตาด้วยคลื่นไฟฟ้านี้ จะ
ประกอบด้วย
    • Electroretinogram (ERG) เป็นการตรวจการทำงานของจอตา โดยรวมว่าทำงานเป็นอย่างไร โดยการใช้แสงไฟกระตุ้น อาจตรวจในที่มืด (dark adapt) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ประสาทรับแสงรูปแท่ง หรือในที่สว่าง (light adapted) เป็นการตรวจการทำงานเซลล์ประสาทรับแสงรูปกรวย ซึ่งภาพความผิดปกติที่ได้จากเซลล์ 2 แบบนี้ จะแตกต่างกัน แต่การใช้วิธีนี้จะไม่สามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของเส้นใยประสาทชั้นในของจอตาได้ 
    • Electrooculogram (EOQ) เป็นการตรวจวัดคลื่นกล้ามเนื้อลูกตา ที่บ่งบอกถึงการทำงานของเซลล์ชั้นเยื่อบุผิวที่มีเม็ดสีภาพในจอตาได้ 
    • Visually evoked potential (VEP) เป็นการวัดสัญญาณของคลื่นไฟฟ้า จากสมองในบริเวณการรับรู้การมองเห็น หลังจากได้รับการกระตุ้น
ที่จอตา มักใช้ในการตรวจสายตาของเด็กว่ามองเห็นหรือไม่ การตรวจโรคของจอประสาทตา การตรวจดูว่ามีความผิดปกติของประสาทตา หรือ
ขั้วประสาทตาหรือไม่ หรือการตรวจการทำงานของจุดกลางรับภาพจอประสาทตา เป็นต้น
 
โดยสรุปการตรวจการทำงานของจอตาด้วย คลื่นไฟฟ้ามักจะใช้ในการตรวจ
    • โรคจอตาเสื่อมที่เป็นมาแต่กำเนิด เช่น retinitis pigmentosa จะได้ภาพ ERG ออกมาชัดเจน
    • ตรวจภาวะตาบอดกลางคืน (night blindness) ดูว่าเกิดจากโรคที่คงที่หรือโณคที่ลุกลามมากขึ้น
    • ในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถวัดสายตาได้ แต่มีการตรวจจอตาและชั้วประสาทตาเป็นปกติดี จึงต้องตรวจ VEP เพื่อช่วยวินิจฉัยให้ชัดเจนได้มากขึ้น
    • ผู้ป่วยโรค best disease ซึ่ง EOG จะแสดงผลออกมาได้ชัดเจน สามารถตรวจญาติผู้ป่วยที่คาดว่าจะเป็นพาหะของโรคนี้ได้ ซึ่งยังไม่แสดงอาการออกมา
    • เพื่อตรวจดูการทำงานของจอตา โดยรวมในกรณีที่ไม่สามารถตรวจโดยตรงได้ เนื่องจากเป็นโรคต้อกระจกและมีน้ำวุ้นตาขุ่น ทำให้บดบังการตรวจ เป็นต้น

 

 
 
 

Copyright by npw-animalhospital.org
Engine by MAKEWEBEASY