ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
โรคนิ่วในสุนัข
[1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1378 คน
 
     นิ่ว คือ การสะสมของตะกอนแร่ธาตุ ซึ่งเกิดได้ตลอดทางเดินปัสสาวะ ได้แก่ ในท่อปัสสาวะ ในไต แต่มักพบได้ไม่บ่อยเท่าในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วมีหลายชนิดขึ้นกับองค์ประกอบของนิ่ว ซึ่งมักพบภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วม เนื่องจากก้อนนิ่วระคายเคืองทางเดินปัสสาวะ
 
อาการที่บ่งบอกว่าสุนัขของท่านเริ่มเป็นโรคนิ่ว ได้แก่    
   -   ปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ปริมาณน้อยกว่าปกติ
   -   ปัสสาวะเป็นสีแดงหรือปัสสาวะปนเลือด
   -   แสดงอาการปวดเบ่งตอนปัสสาวะ
   -   บางตัวมีนิ่วอุดตันท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินควรพาสุนัขมาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร่งด่วน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
   -   ส่วนอาการทางระบบอื่นๆ เช่น ซึม เบื่ออาหาร อ่อนแรง อาเจียน อาจพบร่วมกับอาการข้างต้นได้
 
เหตุใดสุนัขจึงเป็นโรคนิ่ว 
  โรคนิ่วเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
   -   อายุมาก
   -   สุนัขกินน้ำน้อย กลั้นปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น การตกตะกอนของผลึกนิ่วเกิดได้มากขึ้น
   -   สุนัขได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูง แร่ธาตุสูงเป็นประจำ เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก อาหารปรุงรส
   -   ติดเชื้อแบคทีเรียที่ทางเดินปัสสาวะ ทำให้เปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่าง ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนนิ่ว
   -   เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคนิ่วสูง เช่น ดัลเมเชียน ทำให้เกิดตะกอนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมากกว่าปกติ
   -   สุนัขที่เป็นโรคทางระบบที่โน้มนำให้เกิดตะกอนนิ่วมากกว่าปกติ เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โรคมะเร็งบางชนิด
   -   สุนัขที่มีระดับแคลเซียมสูงในกระแสเลือดและปัสสาวะ ซึ่งเกิดได้จากการเสริมแคลเซียม วิตามินดีหรือฟอสฟอรัสมากเกินไป
 
การรักษาโรคนิ่วในสุนัข ทำได้อย่างไร 
   ก่อนการรักษาสัตวแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษา ซึ่งได้แก่
   -   การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อวิเคราะห์ความเป็นกรดด่างของปัสสาวะและชนิดของผลึกนิ่ว
   -   เพาะเชื้อและหาความไวต่อยาในน้ำปัสสาวะ (Bacterial culture and Drug sensitivity) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมในการรักษา กรณีที่เกิดการติดเชื้อร่วมด้วย
   -   ตรวจเลือด (Hematology and Blood chemistry) เพื่อประเมินการติดเชื้อและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายประกอบการรักษา
   -   การถ่ายภาพรังสีวินิจฉัย (X-ray) อาจทำการฉีดสารทึบรังสีหรืออากาศเข้ากระเพาะปัสสาวะร่วมด้วยในกรณีที่เป็นนิ่วโปร่งแสง เพื่อหาจำนวน ขนาดและตำแหน่งของก้อนนิ่ว
   -   อัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) เพื่อตรวจหาก้อนนิ่วและประเมินการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะร่วม
   -   ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบนิ่ว เพื่อเลือกวิธีการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
 
การรักษาทางอายุรกรรม 
    ทำโดยให้ยาหรืออาหารละลายตะกอนนิ่ว และให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อลดการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย โดยระหว่างการรักษาจะมีการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยหรืออัลตร้าซาวน์เพื่อประเมินขนาดของก้อนนิ่วเป็นระยะ
    แต่การรักษาทางอายุรกรรมเพียงอย่างเดียวในสุนัขบางตัวอาจไม่ได้ผล เนื่องมาจาก ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่, ก้อนนิ่วอุดตันท่อปัสสาวะหรือสุนัขไม่กินยาหรืออาหารละลายก้อนนิ่วอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาทำการรักาทางศัลยกรรมร่วมด้วย
 
การรักษาทางศัลยกรรม โดยการวางยาสลบทั้งตัวเพื่อผ่าตัดนำก้อนนิ่วออกจากกระเพาะปัสสาวะ
 
วิธีการดูแลสุนัขหลังการรักษาโรคนิ่ว เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ 
ทำได้โดย              
  -   ให้อาหารควบคุมการเกิดนิ่วตลอดชีวิต จำพวกอาหารควบคุมแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของนิ่ว
  -   ให้สุนัขกินน้ำมากขึ้น ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นลดลงช่วยลดการตกตะกอนนิ่วลง
  -   ปล่อยสุนัขเดินไปปัสสาวะบ่อยขึ้น เพื่อลดพฤติกรรมกลั้นปัสสาวะในกรณีสุนัขไม่ชอบขับถ่ายในกรงที่เลี้ยง
  -   สังเกตอาการขับถ่ายที่ผิดปกติ และอย่ารั้งรอที่จะพามาพบสัตวแพทย์เพื่อจะได้ตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป


 
 
ความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
- โรคนิ่วในสุนัข [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- การดูแลสุนัขตั้งครรภ์ [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- โรคอ้วนในสุนัข [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- โรคมะเร็ง [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- อาบน้ำน้องแมวไม่ยากอย่างที่คิด [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- จะรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมาไม่สบาย [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- พยาธิหนอนหัวใจ [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- โรคลมแดด (Heat stroke) [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- ศูนย์กายภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
- มาทำหมันให้สัตว์เลี้ยงกันเถอะ [1 กรกฎาคม 2558 21:38 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright by npw-animalhospital.org
Engine by MAKEWEBEASY