บทความน่ารู้
ยาเบื่อหนู ... ภัยร้ายใกล้ตัวน้องหมา
[1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1380 คน
 
หนู ศัตรูตัวสำคัญของใครบางคน สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ อาจจะเคยพบเห็นหนูบ้าน หนูตลาด หรือหนูท่อกันมาอยู่บ้าง แรกเริ่มเดิมทีพวกหนูในเมืองเหล่านี้ก็เคยเป็นหนูป่าอาศัยอยู่ตามท้องไร่ท้องนามาก่อน แต่พอเมืองเจริญขยายใหญ่ขึ้น บรรดาหนูเหล่านี้ก็กลายเป็นหนูในเมืองไปโดยปริยาย ปัญหาก็คือ เมื่อพวกหนูเหล่านี้เข้ามาอาศัยใกล้ชิดกับมนุษย์มากขึ้น ก็อาจเป็นพาหะนำโรคบางอย่างมาสู่คนและสัตว์เลี้ยงได้ เช่น กาฬโรค โรคฉี่หนู โรคเรบีส์ (พิษสุนัขบ้า)
เป็นต้น จึงมีความพยายามที่จะควบคุมหรือกำจัดหนูเหล่านี้ด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการนำสารเคมีมาใช้ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่ายาเบื่อหนูหรือยากำจัดหนู (Rodenticide)  นั่นเอง

ปัจจุบันมีการคิดค้นพัฒนายาเบื่อหนูออกมามากมายหลายชนิด ความรุนแรงและความเป็นพิษก็แตกต่างกัน ซึ่งอันตรายก็ไม่ได้เกิดกับหนูเพียงเท่านั้น เพราะบางครั้งตั้งใจจะวางยาเบื่อหนูแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นวางยาเบื่อน้องหมาไปซะอย่างนั้น เนื่องด้วยพฤติกรรมซุนซนอยากรู้อยากเห็นของน้องหมา อาจไปกัดแทะ หรือไปแอบเอาซากหนูที่ตายจากยาเบื่อมาเล่น ทำให้น้องหมาได้รับเอาสารพิษจากกยาเบื่อหนูเข้าไปด้วย ความซวยจึงบังเกิดขึ้นทั้งกับตัวน้องหมาและเจ้าของ
 
1. สตริกนิน
 
     สตริกนิน (Strychnine) เป็นสารสกัดที่ได้จากเมล็ดของต้นแสลงใจ ซึ่งคนนิยมนำมาใช้เป็นยาเบื่อหนู น้องหมามักได้รับสารพิษชนิดนี้จากการกิน ไม่ว่าจะได้รับจากการกินโดยตรง หรือทางอ้อมผ่านการกินซากหนูที่ตายแล้ว โดยสารพิษจะไปต้านการออกฤทธิ์ของไกลซีน ทำให้ฤทธิ์ในการยับยั้งรีเฟล็กซ์อาร์กเสียไป เกิดการกระตุ้นรีเฟล็กซ์ที่ไขสันหลัง กล้ามเนื้อหดตัวอย่างรุนแรง มีอาการชัก ขาเหยียดเกร็ง หลังแอ่น หัวและคอบิดหงาย น้องหมาจะหายใจลำบาก และเสียชีวิตได้จากการขาดออกซิเจน  
 
การรักษา คือ จะต้องควบคุมอาการชักให้ได้ โดยทำให้น้องหมาอยู่ในภาวะสลบเพื่อไม่ให้ชัก เพราะถ้าชักจะทำให้สมองขาดออกซิเจน ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ จากนั้นจึงให้ออกชิเจนช่วย และให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างปัสสาวะ ช่วยขับสารพิษทิ้งให้เร็วที่สุด
 
2. วอร์ฟารินและอนุพันธ์
 
     วอร์ฟาริน (warfarin) เป็นสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดไม่แข็งตัว ในทางการแพทย์มีการใช้วอร์ฟารินเพื่อการรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ก็มีผู้นำมาผลิตเพื่อเป็นสารสำหรับกำจัดหนูใช้กันอย่างแพร่หลาย ในเวลาต่อมาจึงมีการคิดค้นพัฒนาสารที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดใหม่ ๆ เพื่อให้คงฤทธิ์อยู่ได้นานและรุนแรงกว่า จึงก่อให้เกิดความเป็นพิษที่รุนแรงกว่า

     โดยกลไกการเป็นพิษของวอร์ฟาริน ก็คือ จะไปยับยั้งเอนไซม์ Vitamin K1 epoxide reductase ทำให้ปริมาณของวิตามินเค 1 ลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการสังเคราะห์ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดลดลงตามไปด้วย น้องหมาจะแสดงอาการผิดปกติให้เห็นหลังจากกินสารพิษเข้าไปแล้วประมาณ 3-5 วัน (แต่บางครั้งอาจพบอาการได้เร็วกว่านั้น) เนื่องจากปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในพลาสมาค่อย ๆ ลดลง สัตว์จะมีเลือดออกง่าย เกิดการฟกช้ำ ไอหรือจามเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำหรือเป็นเลือด ซึม อ่อนเพลีย และมีสีเหงือกซีด
 
     สำหรับการรักษาก็ขึ้นอยู่กับว่า น้องหมาได้รับสารพิษมานานแค่ไหนแล้ว หากยังไม่เกิน  2-4 ชั่วโมง คุณหมออาจพิจารณากระตุ้นให้น้องหมาอาเจียน แล้ว
ทำการล้างกระเพาะ ให้ผงถ่านดูดซับสารพิษ และป้อนยาระบาย แต่หากได้รับมานานแล้ว หรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดเกิดขึ้นแล้ว อาจต้องให้การรักษาที่เข้มข้นขึ้น เช่น ให้วิตามินเค 1 ให้สารน้ำ ถ่ายเลือด (Fresh frozen plasma) หรือให้ออกซิเจน เป็นต้น
 
3. ซิงก์ ฟอสไฟต์
 
     ซิงก์ ฟอสไฟต์ (Zinc phosphide) เป็นยากำจัดหนูลักษณะเป็นผงหรือเกล็ดสีเทาดำ มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นปลาเน่า บางที่อาจนำมาทำเป็นแก๊สเพื่อรมควันกำจัดแมลงและหนูในโรงเรือน ซึ่งเมื่อซิงก์ ฟอสไฟต์ทำปฏิกริยากับน้ำหรือความชื้นในอากาศจะได้เป็นแก๊สฟอสฟีน (phosphene) ทั้งฟอสไฟต์และฟอสฟีน ถูกดูดซึมได้จากทางเดินอาหารและก่อให้เกิดความเป็นพิษแบบเฉียบพลันได้
 
     โดยสารพิษนี้จะไปยับยั้ง cytochrome C oxidase ทำให้กระบวนการสร้างพลังงานในเซลล์เสียไป อวัยวะที่กระทบมากที่สุด คือ สมอง หัวใจ ตับ ปอด และหลอดเลือด เนื่องจากเป็นอวัยวะที่มีความต้องการออกซิเจนสูง น้องหมาที่ได้รับสารนี้เข้าไปจะแสดงอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน หายใจลำบาก เกิดภาวะเลือดเป็นกรด มีกลิ่นปากเหม็น วิ่งเตลิดอย่างไร้จุดหมาย เห่า หอน ครวญครางหรือเกิดอาการชักคล้ายกับได้รับสารพิษจากสตริกนิน
 
     การกระตุ้นให้น้องหมาอาเจียนจะช่วยลดหรือชะลอความเป็นพิษได้ ซึ่งปกติแล้วหากสุนัขได้รับสารพิษชนิดนี้ในขณะที่ท้องว่าง ส่วนมากก็มักจะอาเจียน
อยู่แล้ว เนื่องจากซิงก์ ฟอสไฟต์มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหารและทางเดินหายใจค่อนข้างสูง จึงช่วยลดความเป็นพิษลงมาได้ระดับหนึ่ง แต่หากมีอาการชัก
ก็ควรรีบพาไปพบคุณหมอทันทีครับ
 
4. แทลเลียม
 
     แทลเลียม (Thallium , Thallium Sulfate) เป็นโลหะหนักที่ไม่มีรสหรือกลิ่น คนนำมาใช้ในการกำจัดหนูและแมลง แต่ในบางประเทศก็มีคำสั่งห้ามไม่ให้ใช้แล้ว เนื่องจากอาจส่งผลถึงมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ซึ่งน้องหมาสามารถรับเอาแทนเลียมเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางการกินและการสัมผัส แทลเลียมสามารถถูกดูดซึมได้ดีทั้งทางระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ โดยอาการที่พบ ก็คือ น้องหมาจะมีอาการอาเจียน ปวดท้อง หายใจลำบาก ตัวสั่น ชัก มีไข้ และตาบอด เนื่องจากการอักเสบของเส้นประสาทสมอง โดยเฉพาะเส้นประสาทสมองที่ 2 (optic narritis)  ซึ่งน้องหมาบางตัวอาจแสดงอาการหลังจากได้รับสารพิษไปแล้ว 1-3 วัน หากเราทราบว่าน้องหมาได้รับสารพิษตัวนี้เข้าไป สามารถช่วยได้โดยใช้ Diphenylthiocarbazone แต่จะได้ผลดีหากได้รับการรักษาภายใน  24 ชั่วโมงหลังจากได้รับสารพิษครับ
 
5. สารเอเอนทียู
 
     สารเอเอนทียู (Alpha-naphthal thiourea, ANTU) เป็นสารเคมีที่ไม่ละลายน้ำ ไม่มีรส และไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นผงสีเทา คนนำเอามาใช้เป็นยาเบื่อหนูกันอย่างแพร่หลาย น้องหมาสามารถได้รับสารนี้ผ่านการกิน ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหาร หากกินในขณะที่ท้องว่างส่วนใหญ่มักจะอาเจียนออกมา แต่หากรับเอาสารพิษชนิดนี้เข้าไปมาก ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง โดยอาการอื่น ๆ นอกจากอาเจียน ก็มีอาการไอ หายใจลำบาก อ่อนแรง เดินเซ บางรายอาจฟื้นตัวได้ภายหลังจากได้รับสารพิษไปแล้ว 12 ชั่วโมง สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อช่วยลดหรือชะลอความเป็นพิษ คือ การกระตุ้นให้น้องหมาอาเจียนเช่นกัน
 
การปฐมพยาบาลเมื่อน้องหมากินยาเบื่อหนูเข้าไป
 
     สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากสุนัขยังไม่แสดงอาการชักหรือหมดสติ หลังจากได้รับสารพิษมาไม่เกิน 2-4 ชั่วโมง ให้เพื่อน ๆ กระตุ้นให้น้องหมาอาเจียนเพื่อช่วยลดหรือชะลอความเป็นพิษ โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 3 % ป้อนขนาด 1-5 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ ป้อนน้ำเชื่อมไอปิแคค 7 % (Ipecac) ป้อนขนาด 1-2 มิลลิลิตร ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยอาจเจือจางด้วยน้ำในอัตราส่วน 1:1
 
     หลังจากน้องหมาอาเจียนเอาสารพิษออกมาแล้วให้ทำการป้อนผงถ่าน (Activated charcoal) เพื่อเข้าไปช่วยดูดซับสารพิษ ในขนาด 0.5-4 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 10 เท่าของปริมาตรสารพิษที่รับเข้าไป โดยผสมผงถ่าน 1 กรัมในน้ำ 5 มิลลิลิตร แต่หากสุนัขมีอาการชัก แนะนำให้รีบพาไปพบคุณหมอโดยทันที โดยเฉพาะในรายที่ได้รับสตริกนินเข้าไป เพราะเป็นสารพิษที่รุนแรงมากครับ
 
     ยาเบื่อหนูนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีความรุนแรง ความเป็นพิษ และอาการที่แสดงออกมาแตกต่างกันไป สิ่งแรกที่เพื่อน ๆ ต้องทราบเลยก็คือ ยาเบื่อหนูที่สุนัขรับเข้าไปนั้นเป็นสารเคมีชนิดอะไร โดยอ่านจากฉลากข้างซองหรือกล่อง แต่หากไม่ทราบก็ให้เก็บอาเจียนของน้องหมามาให้คุณหมอตรวจ หรือเก็บซากยาเบื่อหนูที่น้องหมากินเข้าไปมาให้คุณหมอ ถ้ามีกล่องที่มีชื่อการค้า หรือชื่อสารเคมีด้วยจะดีมากครับ เพื่อที่คุณหมอจะได้หาแนวทางในการปฐมพยาบาลและการรักษาต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.dogilike.com/content/vettalk/

บทความน่ารู้
- อันตรายจากสัตว์ร้ายที่มากับสายฝน [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- 10 คำถามสุดฮิตของโรคเต้านมอักเสบในสุนัข [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- หยุด !! โรคอ้วนในสุนัข ด้วยหลักโภชนาการอาหารที่ถูกต้อง [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- ไขข้อข้องใจ !! น้องหมากินเก่ง แต่ทำไมถึงผอม [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- 10 ข้อห้ามเมื่อต้องช่วยชีวิตสุนัข [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- เหตุผลที่น้องหมาถูกฉีดยาให้หลับไปตลอดกาล ... [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- ถูกหรือไม่ ... วิธีรักษาน้องหมาแบบที่เราเข้าใจกันมาตลอด [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- โรคไรขี้เรื้อนในน้องหมา [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- แชมพูยารักษาโรคผิวหนังของสุนัขมีอะไรบ้าง [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
- การทำหมันสุนัขเพศผู้โดยไม่ผ่าตัดทำได้จริงหรือ? [1 กรกฎาคม 2558 04:25 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright by npw-animalhospital.org
Engine by MAKEWEBEASY